โลว์ เอเยนซี (Lowe)
ผุดธุรกิจใหม่ แบรนด์ “โอเพ่น” ดูแลการทำสื่อโฆษณาและกำหนดกลยุทธ์กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
นายโทนี่ เพรห์น ประธานบริหาร โลว์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทโลว์ แอนด์พาร์ทเนอร์
ได้ขยายธุรกิจใหม่ในชื่อ “โอเพ่น” (OPEN) เพื่อให้บริการด้านสร้างสื่อโฆษณาที่ช่วยโน้มน้าวและกระตุ้นให้ผู้บริโภค
ตัดสินใจซื้อสินค้าในธุรกิจค้าปลีกเป็นการฟอร์มธุรกิจขึ้นมาใหม่
จากหน่วยงานด้านอีเวนท์ มาร์เก็ตติ้งและโปรโมชั่นของโลว์ เอเยนซี ในขณะที่โลว์ เอเยนซี ก็ยังคงอยู่แต่ยกระดับเป็น
ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และผลิตสื่อโฆษณา สร้างสรรค์ สำหรับ “โอเพ่น” วางตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรม
ของผู้บริโภคในตลาดค้าปลีก หน้าที่คือส่งเสริมการขายให้กับแบรนด์ อาทิเช่น จัด โปรโมชั่น สร้างแบรนด์ ออกแบบแพ็คเกจ
ออกแบบร้านค้า ดีไซน์การหมุนเวียนลูกค้าในร้าน ป้ายหน้าร้าน รวมทั้งการทำการตลาดผ่านช่องทางสื่อดิจิทัลทั้งมือถือและ
ออนไลน์ สร้างเครือข่ายลูกค้าให้กับร้านค้าปลีก และมีอีกหลายเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีธุรกิจโอเพ่นเหมือนกับไทย อาทิ ลอนดอน
เซี่ยงไฮ้ ปราก เซาเปาโล จาการ์ตา เป็นต้น
นายเชาวภาค ศรีเกษม ผู้จัดการทั่วไป โอเพ่น ประเทศไทย กล่าวว่า การใช้เม็ดเงินในการทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์
และโปรโมชั่นในห้างค้าปลีก ในช่วงครึ่งปีแรก 2553 อยู่ที่ประมาณ 426 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปี
ก่อนหน้าทิศทางขาขึ้นนี้มาจากการแข่งขันที่สูงของสินค้าแบรนด์หลักกับเฮ้าส์แบรนด์ ของห้างค้าปลีกที่ใช้ราคาและปริมาณเป็น
จุดขาย
การพิสูจน์ให้ลูกค้าสามารถเห็นความแตกต่างในเรื่องคุณภาพและความคุ้มค่าจาก การตัดสินใจซื้อแบรนด์หลักเมื่อลูกค้ายืนอยู่หน้าชั้นวางสินค้า
จึงเป็น เรื่องสำคัญและธุรกิจต้องทำ
"โอเพ่น" เป็นเอเยนซีรายแรกที่มีองค์ความรู้ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคค้าปลีก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลมานาน
ผ่านทางกลุ่มเป้าหมายของลูกค้า และบริการใหม่จะเริ่มจากลูกค้าหลักเดิมของโลว์ เอเยนซี คือยูนิลีเวอร์ และขยายสู่สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น ผู้บริโภคชายจะไม่ชอบเลือกซื้อเสื้อผ้าที่พับเรียงซ้อนไว้อย่างเรียบร้อย เ
นื่องจากไม่สามารถพับกลับคืนเหมือนเดิมได้ แต่ถ้าแขวนไว้จะเกิดการเลือกลองสวมใส่มากกว่า เป็นต้น"
โลว์ เอเยนซี ผุดธุรกิจใหม่ แบรนด์ “โอเพ่น” ดูแลการทำสื่อโฆษณาและกำหนดกลยุทธ์กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
นายโทนี่ เพรห์น ประธานบริหาร โลว์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทโลว์ แอนด์พาร์ทเนอร์ ได้ขยายธุรกิจใหม่ในชื่อ “โอเพ่น” (OPEN)
เพื่อให้บริการด้านสร้างสื่อโฆษณาที่ช่วยโน้มน้าวและกระตุ้นให้ผู้บริโภค ตัดสินใจซื้อสินค้าในธุรกิจค้าปลีก เป็นการฟอร์มธุรกิจขึ้นมาใหม่จาก
หน่วยงานด้านอีเวนท์ มาร์เก็ตติ้งและโปรโมชั่นของโลว์ เอเยนซี ในขณะที่โลว์ เอเยนซี ก็ยังคงอยู่แต่ยกระดับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน
การสร้างแบรนด์และผลิตสื่อโฆษณา สร้างสรรค์ สำหรับ “โอเพ่น” วางตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดค้าปลีก
หน้าที่คือส่งเสริมการขายให้กับแบรนด์ อาทิเช่น จัดโปรโมชั่น สร้างแบรนด์ ออกแบบแพ็คเกจ ออกแบบร้านค้า ดีไซน์การหมุนเวียนลูกค้า
ในร้าน ป้ายหน้าร้าน รวมทั้งการทำการตลาดผ่านช่องทางสื่อดิจิทัลทั้งมือถือและออนไลน์ สร้างเครือข่ายลูกค้าให้กับร้านค้าปลีก
และมีอีกหลายเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีธุรกิจโอเพ่นเหมือนกับไทย อาทิ ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ ปราก เซาเปาโล จาการ์ตา เป็นต้น
นายเชาวภาค ศรีเกษม ผู้จัดการทั่วไป โอเพ่น ประเทศไทย กล่าวว่า การใช้เม็ดเงินในการทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์และโปรโมชั่น
ในห้างค้าปลีก ในช่วงครึ่งปีแรก 2553 อยู่ที่ประมาณ 426 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ทิศทางขาขึ้นนี้มาจากการแข่งขันที่สูงของสินค้าแบรนด์หลักกับเฮ้าส์แบรนด์ ของห้างค้าปลีกที่ใช้ราคาและปริมาณเป็นจุดขาย
การพิสูจน์ให้ลูกค้าสามารถเห็นความแตกต่างในเรื่องคุณภาพและความคุ้มค่าจาก การตัดสินใจซื้อแบรนด์หลักเมื่อลูกค้ายืนอยู่
หน้าชั้นวางสินค้าจึงเป็น เรื่องสำคัญและธุรกิจต้องทำ
"โอเพ่น เป็นเอเยนซีรายแรกที่มีองค์ความรู้ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคค้าปลีก จากการศึกษาและเก็บข้อมูลมานาน
ผ่านทางกลุ่มเป้าหมายของลูกค้า และบริการใหม่จะเริ่มจากลูกค้าหลักเดิมของโลว์ เอเยนซี คือยูนิลีเวอร์ และขยายสู่สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น ผู้บริโภคชายจะไม่ชอบเลือกซื้อเสื้อผ้าที่พับเรียงซ้อนไว้อย่างเรียบร้อย เนื่องจากไม่สามารถพับกลับคืนเหมือนเดิม
ได้ แต่ถ้าแขวนไว้จะเกิดการเลือกลองสวมใส่มากกว่า เป็นต้น"
TV Direct
รุกตลาดดิจิตอล จับมือสนุกดอทคอม เปิดหน้าร้านออนไลน์ Shopping.co.th/tvdirect
นายปฐม เวชสุภาพร
ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มงานการตลาดดิจิตอล
บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด
ได้ร่วมกับนายต่อบุญ พ่วงมหา
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเว็บไซต์สนุกดอทคอมจับมือเปิดร้านค้าออนไลน์
ที่ www.shopping.co.th/tvdirect
เว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์ชั้นนำของไทยโดยความร่วมมือ
ของสนุกดอทคอมและอีเบย์ เพื่อเพิ่มช่องทางการซื้อสินค้าทุกหมวด
ของ ทีวี ไดเร็ค ทั้ง เครื่องออกกำลังกาย สินค้าเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม
และสินค้าอุปโภค สะดวกสบายด้วยขั้นตอนการสั่งซื้อ
และการชำระเงินแบบง่ายๆ พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านตลอด 24 ชั่วโมง
“Ambient Media”
พัฒนาสื่อใหม่เกาะแมส ทรานซิท จับกลุ่มคนทำงาน นักศึกษา รับสัมปทานสื่อโฆษณาในเอ็มอาร์ที
เตรียมเจรจาบีทีเอสเปิดตัวสื่อใหม่

นายสุพล รัตนพล กรรมการผู้จัดการ
บริษัท แอมเบียนมีเดีย จำกัด
เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้พัฒนาสื่อใหม่มากว่า 8 ปี ในกลุ่ม Mass Transit
ทั้งรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที และรถไฟฟ้าบีทีเอส
โดยปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ได้รับสัมปทานสื่อโฆษณาบนห่วงมือจับสำหรับ
ผู้โดยสารในรถไฟฟ้า(Hand Grip) ของบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน "เอ็มอาร์ที" 3 ปีระหว่างปี 2552-2555 ซึ่งได้รับการตอบรับจากองค์กรต่างๆ อาทิ
โครงการลุมพินี เพลส, เครื่องสำอาง DR.Jart จากเกาหลี และแคมเปญ “บินไปบินกลับขับรถเที่ยว”
ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นต้น ซึ่งสื่ออดังกล่าวยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบ และออกแบบให้โดดเด่น
สะดุดตาผู้บริโภคและยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายชัดเจน คือกลุ่มคนทำงานนักศึกษา และคนทั่วไป ที่มีกำลังซื้อสูง
โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเฉลี่ยกว่า 200,000 คนต่อวัน
บริษัทได้พัฒนาสื่อแบบใหม่ในรูปแบบแผ่นพับ (Hanger) โดยสามารถจัดทำเป็นโลโก้สินค้าในรูปแบบ 3 มิติ
เพื่อให้รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะนำไปแขวนไว้บนราวใกล้ๆ เสา ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสามารถหยิบเอกสาร
หรือสินค้าตัวอย่างได้ฟรี
อย่างไรก็ตามในช่วงเหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ ระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค.2553 การซื้อสื่อหายไปถึง 50%
แต่หลังจากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ การซื้อสื่อบนรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีกลับมาคึกคักอีกครั้ง คาดว่าในปี 2553
บริษัทจะทำรายได้ประมาณ 20 ล้านบาท หรือมีอัตราการขยายพื้นที่สื่อในเอ็มอาร์ทีประมาณ 70-80%
ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาสื่อใหม่ที่เรียกว่า Scrolling light box หรือป้ายโฆษณากล่องไฟที่สามารถหมุนเปลี่ยนภาพได้
มี 2 ขนาดคือ 1.2x1 เมตร และ 1.5x3 เมตร โดยได้ทดลองติดตั้งบริเวณด้านหน้าทางเข้าห้างแม็คโคร 6 สาขาในกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายจะนำสื่อดังกล่าวไปติดตั้งบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างเจรจากับทางบีทีเอส
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 28 กรกฎาคม 2553